Untitled Document

ไปที่หน้า                     ๑๐  ๑๑  ๑๒  ๑๓  ๑๔  ๑๕  ๑๖  ๑๗  ๑๘  ๑๙  ๒๐

               จากห้วยเห็นระยางโยงโรงไฟฟ้า                    กลางคืนจ้าดังแสงสุริย์ศรี

แสงสว่างพลังงานบานบุรี                                                 ไม่น่ามีวิกฤติประชิดไทย

                ไฟฟ้านั้นแสนดีมีประโยชน์                             ร้อนแทบโลดพัดลมแอร์ช่วยแก้ไข

จะหุงต้มร้อนเย็นเป็นเพราะไฟ                                        ไม่ว่าใครขาดไฟฟ้าถึงบ้ากิน

                ไฟฟ้านั้นอันตรายก็หลายหลาก                       ใช้ไฟมากเสียหายทำลายสิน

ไฟฟ้าดูดดับดิ้นสิ้นชีวิน                                                     ทบทวนบิลอย่าใช้เพลินจนเกินการ

                ประหยัดไว้วันนี้มีวันหน้า                                 สูญเสียค่าไฟฟ้ามหาศาล

ปลูกนิสัยประหยัดขอดทัดทาน                                         พลังงานหมดพลันอันตราย

                ถึงบ้านพัก ปตท. ที่ก่อตั้ง                                    ไม้สะพรั่งสมุนไพรไทยเหลือหลาย

กรประนมระลึกพระนโยบาย                                           พระเทพฯ ทรงจัดขยายให้ปวงชน

                มีพืชพันธุ์สมุนไพรไทยทั้งผอง                        คนระยองเอาใจใส่ไปทุกหน

ต่างเก็บงำทำอย่างสิ้นกังวล                                               เป็นแหล่งค้นคว้าผลิตวิทยาการ

                ปีบจำปาชบาคูณสมุลแว้ง                                   ทั้งโกฎิขวางก้างปลาแดงแฝงหมู่ว่าน

เถาวัลย์เปรียงเคียงกานพลูคู่กระวาน                               จัดเป็นลานรวมเป็นหมู่ดูงามล้ำ

                งามร่มรื่นชื่นใจได้เดินเล่น                                ลมเย็นเย็นพัดเรื่อยมาเฉื่อยฉ่ำ

หากมีน้องอยู่ที่นี่จะชี้นำ                                                    ได้ดื่มด่ำในพระกรุณา

                หลงชมเพลินเดินตามทางเขาสร้างใหม่         สิ้นป่าใหญ่อ้อคาแฝกแทรกขวางหน้า

หนทางเดินเนินครั้งนั้นท่านภู่มา                                     กลายเป็นป่าคอนกรีตกีดกั้นกลาง

                ถึงเนินพะยอมทางคดเคี้ยวให้เลี้ยวซ้าย          เห็นมากมายกองขยะอล่างฉ่าง

รถเทศบาลเช้าเย็นเข็นมาวาง                                            กำลังสร้างตั้งโรงงานกันใหญ่หนัก

                เขารู้ระงับดับกลิ่นเอาดินกลบ                           ใครมาพบไม่เป็นภัยได้ประจักษ์

ขยะปุ๋ยใส่พฤกษางามน่ารัก                                               อนาถนักยามพบปะขยะคน

                เกิดเป็นคนจนเลวดีจะมีค่า                                 รู้จักหากิจการงานฝึกฝน

การจะล่วงทุกข์ได้ให้อดทน                                              ย่อมผ่านพ้นโพยภัยได้อย่างดี

                กำนัน”ทองอินทร์ จิตติรบำรุง” มุ่งนำให้        ผ่านบึงใหญ่ขุดขายดินเป็นถิ่นที่

เป็นห้วยโกรกชะโงกง้ำน้ำขจี                                           กำนันชี้ที่ขุดนำไปทำทาง

                เขาเรียกบ้านหัวชากคาสิ้นป่าใหญ่                  เห็นเคหารำไรในทุ่งกว้าง

หญ้าแตกช่อล้อลมสมชื่อบาง                                            ผ่านตามทางลมรำเพยแล้วเลยไป

                “พอเต็มตึงถึงสุนัขกะบากนั้น                          รอยเขาฟันพฤกษาอยู่อาศัย

เห็นรอยคนปนควายค่อยคลายใจ                                     รู้ว่าใกล้ออกดงเดินตะบึง”

                นึกถึงว่าป่าใหญ่สมัยนั้น                                    ล้วนต่างกันแสนไกลเมื่อไปถึง

สิ้นพงไพรไร้รอยควายให้คะนึง                                      มีป้ายขึงต้อนรับไว้ให้มาเยือน

                สำนักกะบาก ชื่อใหม่คล้ายท่านภู่                    เมื่อคิดดูสำเนียงระยองตรองคงเหมือน

คำ “สำนัก” พูดสั้นนั้นบิดเบือน                                       สำเนียงเหน่อเผลอคงเคลื่อนเลื่อนตามความ

                ถึงเขาไผ่ไม่มีไผ่ที่ชายเขา                                   ช่างเงียบเหงาไม่มีใครให้ไต่ถาม

มีแต่บ้านกั้นกำแพงแต่งงดงาม                                         เลยผ่านตามทางสะอาดเพิ่งลาดยาง

                ที่ร่ำรวยมากมายเพราะขายที่                              เมื่อเริ่มมีอุตสาหกรรมนำมาสร้าง

คนหาซื้อสร้างโรงงานทุกย่านบาง                                  เกิดเส้นทางลาดยางดำทุกตำบล

                ถึงทับมาพาไปเห็นเส้นทางเก่า                         กรมทางเอาท่อขวางสร้างถนน

ทางเคยใช้กลายเป็นคลองมองชอบกล                            ไม่มีคนใช้มาเวลานาน

                “เป็นทุ่งแถวมีแนวแม่น้ำอ้อม                          ระยะหย่อมเคหาน่าสนาน

เป็นเนินสวนล้วนเหล่ามะพร้าวตาล                               เข้าลัดบ้านทับม้าลีลาไป”

                เวลาผ่านต้นตาลหายไม่มีแล้ว                           เหลือเพียงแนวแถวมะพร้าวเขาปลูกใหม่

ตัดถนนหนทางกว้างเหลือใจ                                           ถนนใหญ่แทนสะพานมากั้นกลาง

                แม่น้ำอ้อมล้อมอยู่มิรู้สิ้น                                     เขาขุดดินทำทำนบกลบกั้นขวาง

ได้ชุ่มชื่นพันธุ์ไม้ขายข้างทาง                                           ล้วนหลายอย่างแผกพันธุ์สรรมากมี

                เป็นไม้ดอกชูช่อล้อมลมร่อน                             ทั้งโมกด่างตั้งสลอนเคียงบอนสี

เงาะทุเรียนมะม่วงมันพันธุ์ดีดี                                          สมัยนี้เกษตรกรรมนำพัฒนา

                เปรียบพันธุ์ไม้นั้นเป็นดั่งเช่นมนุษย์               ไม่สิ้นสุดต้องสร้างสรรค์การศึกษา

ความผิดแผกแตกเผ่าพันธุ์ผ่านเวลา                                 จะมีค่าที่รู้รับการปรับตัว

                นับร้อยพันเภทภัยในธรรมชาติ                        น้ำอากาศมลพิษตามติดทั่ว

อีกเภทภัยจิตใจคนที่หม่นมัว                                             มันน่ากลัวกว่าสิ่งใดในโลกันต์

                ในเส้นทางดั้งเดิมเริ่มหายหด                            เมื่อกำหนดแผนที่ขมีขมัน

หนทางเก่าเขากลบอัดลาดแอสฟั้น                                  บ้านจัดสรรแบ่งตารางสร้างบ้านเรือน

                เส้นทางใหม่ที่ใช้อยู่พอคู่ขนาน                       จึงขอผ่านขนานไปอาจไม่เหมือน

ไม่เคยนึกไม่เคยคิดจะบิดเบือน                                         จำต้องเคลื่อนผ่านทับมาลีลาไป

                “พอสิ้นดงตรงบอกออกปากช่อง                     ถึงระยองเหย้าเรือนดูไสว”

ที่ปากช่องระยองคงสิ้นพงไพร                                        เป็นห้างใหญ่บิ๊กซีที่ขึ้นแทน

                ข้าวของพร้อมน้อมนำทำการค้า                        นำใส่ชั้นลดหลั่นมาตื่นตาแสน

มีแอร์โชยเย็นฉ่ำล้ำเลิศแดน                                              ผู้คนแน่นไปซื้อหาพาวุ่นวาย

                มองด้านขวาเมืองระยองของเก่าก่อน              อกสะท้อนเจดีย์เก่าเขาลบหาย

กลายเป็นตึกโตตั้งวางเรียงราย                                          แล้วเลี้ยวซ้ายสู่สายบ้านค่ายพลัน

                ผ่านทางเข้าบ้านดอนตอนบ่ายคล้อย               เหงื่อหยดย้อยรถวิ่งรี่ขมีขมัน

ขอชื่นชม หนังใหญ่ ในเบื้องบรรพ์                                เดี่ยวนี้นั้นเขาสร้างไว้ให้คงเดิม

                สืบมาหลายร้อยปีเข้านี่แล้ว                                คนต่อแนวแล่นหนังเขาตั้งเพิ่ม

ต่างร่วมมือกันจริงจังสร้างต่อเติม                                     ควรส่งเสริมให้ราษฏร์รัฐช่วยจัดการ

                โชว์เป็นเรื่องรามเกียรติ์เขียนบทร้อง               ท่วงทำนองของโขนเก่าตามเล่าขาน

มีหนังจับหนังจรสอนมานาน                                           ระนาดฆ้องซ้องประสานสำราญครัน

                สองข้างทางบ่อรายเรียงเขาเลี้ยงกุ้ง                 ปั่นน้ำฟุ้งพรูพรั่งกลางเขตขัณฑ์

เขาบอกว่าเป็นตำราแห่งราชัน                                          ชื่อกังหัน ชี้ชัด ไทยพัฒนา

                เคยหวงห้ามเกรงกระทบระบบนิเวศ               ในขอบเขตเกษตรกรรมนำรักษา

กุ้งน้ำกร่อยเลี้ยงดีมีราคา                                                     แต่ข้าวกล้าอดวายทำลายลง

                คนรักษากฎหมายไม่ใช้กฎ                                คนกำหนดกฎไว้ไม่เสริมส่ง

กฎก็วางอยู่อย่างนั้นไม่มั่นคง                                            ส่งผลตรงต่อคนคือตนเอง

                แสงแดดร้อนจรผ่านถึงบ้านเก่า                        ช่วงทางเข้ารถโคลงเสียงโขร่งเขร่ง

แดนบ้านเก่าเขารู้จักด้านนักเพลง                                    มีคนเก่ง เพลงไอ้เป๋ เคยเร่ร้อง

                พ่อแม่เพลงทั้งหลายมาตายจาก                         ไม่สอนฝากวาทะสืบสนอง

เป็นตำนานบ้านเก่าชาวระยอง                                         อยากจะลองฟื้นฟูอยู่ต่อไป

                พบไวยาวัจกร “สมพร” นั้น                               พร้อม “วีระ บุญพันธ์” ท่านผู้ใหญ่

“แวะเข้าย่านบ้านเก่าค่อยเขาใจ                                        เขาจุดไต้ต้อนรับให้หลับนอน”

                สุนทรภู่ อยู่บ้านเก่าเมื่อคราวนั้น                      ต้องขาดกันด้วยนายแสงกลั่นแกล้งก่อน

มาหลบลี้หนี้หายไม่นำจร                                                  ต้องแรมรอนพร้อมน้องยาฝ่ากันดาร

                อันพิหารนั้นยังอยู่คู่ความหลัง                          เมื่อก่อนครั้งเขียนอักขระอธิษฐาน

เรียกนาย แสง เทวทัต ตัดเครือวาน                                  เจดีย์ผ่านหลายร้อยปีที่ยืนยง

                พิหารอยู่คู่เจดีย์ที่จำหลัก                                     บัดนี้หักพังโค่นหล่นเป็นผง

เหลือเค้าโครงหอไตรให้งวยงง                                        เขาปลูกลงกลางน้ำทำด้วยไม้

                การอนุรักษ์รักษาเป็นหน้าที่                              สมพร ชี้ประวัติเก่ากล่าวขานไข

หลวงพ่อแป้น สร้างระบุ สุโขทัย                                     ชื่อให้ไว้ตามครรลอง ทองธารา

                หรือชื่อ น้ำวนเวียนตะเคียนเจ็ดต้น                 ฤดูฝนน้ำหลากมากนักหนา

เป็นคลองคุ้งสูงชันอ้อมผ่านมา                                         ผ่านทุ่งนาซัดเซาะเป็นเกาะเคียง

                เลยขอบคุ้งผ่านทุ่งลัดวัดตาขัน                          เมื่อก่อนนั้นเรียกว่า ศาลายายเมี่ยง

เห็นต้นไม้ใหญ่โชว์โตตั้งเรียง                                          ได้ยินเสียงหริ่งเรไรให้อาวรณ์

                เขาจัดเป็น อุทยานการศึกษา                              มีบึงปลามีไม้ดอกออกสลอน

เขียนชื่อบอกออกสกุลคล้ายสุนทร                                   เป็นบทกลอนคติธรรมนำประชา

                อาจารย์ภา เจ้าอาวาสฉลาดล้น                          ให้ผู้คนที่ไปได้ศึกษา

คิดถึงน้องหมองดวงใจยามไกลตา                                   หากเจ้ามาคงรื่นรมย์ชี้ชมไพร

                อันชีวิตคิดไปไม่เที่ยงแท้                                    มีเกิดแก่เจ็บหมองและร้องไห้

หากรู้จักปล่อยวางรู้ชั่งใจ                                                   เปรียบต้นไม้ไม่สิ้นสุดมีจุดยืน

                รำพึงพลันผ่านไปในวิถี                                     วัดสามัคคีคุณาวาส มิอาจฝืน

นัดทำบุญสุนทานวันมะรืน                                               คงแช่มชื่นพร้อมเผ่าพันธุ์วันสงกรานต์

                โอ้อกช้ำระกำใจในยามนี้                                  พี่ไม่มีที่เข้าใจใครสงสาร

เพียงขุ่นข้องหมองใจในเรื่องงาน                                   เจ้าก็พาลขุ่นเคืองทุกเรื่องราว

                ประนมหัตถ์วันทาน้ำตาปริ่ม                             แม่กวนอิมโปรดสดับช่วยรับข่าว

ช่วยดลใจให้คลายเคืองลืมเรื่องร้าว                                 ลูกมากล่าวสืบทางผ่านท่านภู่ไว้

                “ถึงวัดนาตาขวัญ สำคัญแน่                              เห็นยายแก่แวะถามตามสงสัย

เขาชี้นิ้วแนะทิวหนทางไป                                                ประจักษ์ใจจำแน่ดำเนินมา”

                วัดนาตาขวัญนั้นไซร้อยู่ชายทุ่ง                        ทางอ้อมคุ้งเขาทิ้งร้างสร้างด้านหน้า

กำแพงแก้วแวววับจับนัยน์ตา                                            เขาพัฒนามากมายในวันนี้

                หลวงพ่อฉุย เคยฉ่ำเปี่ยมน้ำจิต                          มีลูกศิษย์นับถือมากจากทุกที่

เป็นเกจิอาจารย์ดังทางความดี                                            คนอุตริริวิธีมีบนบาน

                หากสมหวังดังจำนงรำวงแก้                             คนรำแย่มือกลองย้ำซ้ำร้องขาน

เป็นร้อยรอบวนคว้างบนกลางลาน                                  แล้วเลยผ่านนาตาขวัญด้นดั้นไป

                เลื่อนทางใต้ซ้ายแตะและเลี้ยวข้าง                   ที่คมบางกลางทุ่งมุ่งไปใหม่

ถึงถนนบ้านแลงไม่แล้งใจ                                                รถแล่นไขว่ใช้ทางต้องรั้งรอ

                ใครคิดชมหนังใหญ่ได้พักผ่อน                        วัดบ้านดอนลงมาขวามือหนอ

ระยะทางสอบถามสาม กม.                                                ซ้ายมือก้อวัดบ้านแลงแกร่งวิชา

                สี่ร้อยเมตรเห็นจะได้ดูไม่ห่าง                           มีพระปรางค์หอไตรให้ศึกษา

ประเพณีแก่เก่าเขาทำมา                                                     คงคุณค่าเอาไว้ได้ชมกัน

                แล้วข้ามฟากแล่นไปในทางใหม่                      เลี้ยวที่ใกล้ศาลาพาสุขสันต์

เพราะใกล้ถึงบ้านพักนักประพันธ์                                  ที่ร่วมกันนี่นะ ฐปกรณ์

                “ถึงบ้านแลงทางแห้งเห็นทุ่งกว้าง”               ที่แหละทางท่านมาคราครั้งก่อน

ข้ามสะพานห้วงน้ำขาวคราวสัญจร                 ความยาวตอนช่วงนี้สี่ร้อยเมตร

                นับแต่สวนทางเก่าเข้าร้านกระจาด                  ไม่สามารถนำรถไปเดินให้เข็ด

ดูหินแลงร่องเกวียนเพียรแกะเม็ด                                    ไม่เหมือนเพชรแข็งดินเป็นหินทราย

                รถต้องวกทางใหม่อยู่ใกล้ที่                               ชมเจดีย์หอไตรสมใจหมาย

วัดบ้านแลงแห่งนี้ที่กำจาย                                                 คนทั้งหลายไหว้รูปหล่อหลวงพ่อเย็น

                ออกจากวัดข้ามทุ่งถึงร้านกระจาด                    ทางเกวียนลาดมีหินแลงแหล่งที่เห็น

บรรจบกันที่นี่ชี้ประเด็น                                                    ที่ว่าเป็นทางผ่านท่านภู่มา

                ได้พบญาติ อาจารย์เพี้ยน วิเชียรประดิษฐ์       ขายผลผลิตผลไม้ชายด้านหน้า

ชื่อบุญเรือน สาวใหญ่ได้เจรจา                                         คุณสง่า อยู่ด้วยช่วยบอกความ

                ร้านกระจาดนี้เก่ากว่าเขาหมด                           ได้ลิ้มรสผลไม้และไต่ถาม

สุนทรภู่เคยไปในเขตคาม                                                  แล้วไปข้ามหนองพญาป่าระกำ

                ปัจจุบันถิ่นนี้มีผลไม้                                            บ้านใหญ่ใหญ่ไม่เห็นเป็นขนำ

บ้านตะพงเยี่ยมยลคนวัฒนธรรม                                      เป็นผู้นำเสียสละ ชื่อ”ประชุม”

                นามสกุล”ธรรมสุนทร”กระฉ่อนนัก               ใครที่รักเรื่องราวของสาวหนุ่ม

ไปสู่ขอพอใจใครก็รุม                                                         เวลากลุ้มมเล่นดนตรีชอบสีซอ

 

ไปที่หน้า                     ๑๐  ๑๑  ๑๒  ๑๓  ๑๔  ๑๕  ๑๖  ๑๗  ๑๘  ๑๙  ๒๐

 

دانلود فیلم

دانلود فیلم

دانلود فیلم

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง   

ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ถนนสุขุมวิท  ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง   จังหวัดระยอง ๒๑๑๕๐

โทร.  ๐๓๘-๖๙๔๑๕๔    โทรสาร .  ๐๓๘-๖๙๔๑๕๔ 

Visitors:541179
Pageviews:562174